Unseen Tokyo! รวมแหล่งเที่ยวสุดฮิตในโตเกียว

รวมแหล่งเที่ยวสุดฮิตในโตเกียว 
ไปทัวร์ก็เฟี้ยวไปคนเดียวก็ฟ้าว!

1. วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple)
หรือวัดอาซากุสะ (Asakusa Kannon Temple)


ถ้านึกถึงสถานที่เที่ยวในโตเกียว อย่างแรกที่จะแว๊บเข้ามาในหัวต้องเป็นวัดเซนโซจิแน่นอน ซึ่งเป็นวัดที่มีอายุเก่าแก่และเป็นสัญลักษณ์ของย่านดาวน์ทาวน์ในกรุงโตเกียว วัดตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ หลายคนจึงนิยมเรียกว่าวัดอาซากุสะหรือวัดโคมแดง

ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก ผู้คนมักจะนิยมมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องต่างๆเช่น ธุรกิจรุ่งเรือง ไร้โรคภัยไข้เจ็บ ขอให้สอบติด เป็นต้น ซึ่งถ้าอธิษฐานออกมาจากใจเขาว่ากันว่าเกือบทุกคำอธิษฐานจะเป็นจริงเลยล่ะ

ทำบุญเสร็จแล้วออกจากวัดมาใกล้ๆ จะมีถนนเส้นยาวชื่อ ถนนนากามิเซะ (Nakamisedori) ตลอดทางเดินทั้ง 2 ฝั่ง จะมีร้านขายของมากมายโดยเฉพาะของที่ระลึกต่างๆ เช่น ชุดยูกาตะ ร่มพับ ขนมขบเคี้ยวหลากหลายชนิด โดยร้านค้าต่างๆ มักจะให้เราชิมขนมก่อนตัดสินใจซื้อ ถือว่ามาเที่ยวแค่สถานที่เดียวก็ได้ทั้งอิ่มบุญอิ่มท้อง งานนี้คุ้มสุดๆ ไปเลยอ่ะ

การเดินทาง – แผนที่: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Ginza Line มาลงที่สถานี Asakusaทางออกหมายเลข 1 หรือ 3 แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

2. พระราชวังโตเกียวอิมพีเรียล
(Tokyo Imperial Palace)

พระราชวังโตเกียวอิมพีเรียล เดิมเคยเป็นสถานที่ตั้งของปราสาทเอโดะในสมัยก่อน ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่อยู่ประทับของราชวงศ์ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟโตเกียว รอบๆ ฐานของปราสาทเป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นล้อมรอบด้วยคูเมืองและกำแพงหิน

สะพานที่ใช้ข้ามไปยังพระราชวังอิมพีเรียลมีอยู่ 2 สะพาน คือสะพาน Nijubashiและสะพาน Meganebashi(สะพานแว่นตา) ซึ่งสะพานแว่นตาแห่งนี้เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เพราะน้ำจะใสมากจนเห็นภาพสะท้อนของพระราชวังเลยทีเดียว

การเดินทาง – แผนที่ : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Marunouchi Line มาลงที่สถานี Tokyo ทางออก Marunouchi Central Exit แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

3. ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu)

ศาลเจ้าเมจิตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮาราจูกุ เป็นศาลเจ้าแบบชินโตขนาดใหญ่ ถูกสร้างเพื่ออุทิศให้กับจักรพรรดิเมจิและพระมเหสีโชเคง พื้นที่โดยส่วนใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่เป็นร้อยๆ ชนิด โดยที่ศาลเจ้าเมจินั้นตลอดทั้งปีมักจะมีการจัดงานพิธีต่างๆ มากมาย เช่น พิธีแต่งงาน ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

เมื่อเดินเข้าไปถึงบริเวณทางเข้าจะมีสัญลักษณ์ของศาลเจ้าเมจิคือเสาโทริอิขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้า เดินเข้าไปด้านในอีกประมาณ 10 นาทีจึงจะถึงอาคารหลักของศาลเจ้า โดยก่อนที่จะเข้าไปด้านในตามธรรมเนียมของคนญี่ปุ่นจะต้องทำความสะอาดร่างกายโดยการล้างมือและป้วนปากเสียก่อน

สิ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมทำกันเวลาไปเที่ยวที่ศาลเจ้าเมจิก็คือการเขียนคำอวยพรลงในอิมะ (Ema) ซึ่งจะเป็นแผ่นไม้เล็กๆ (ราคาแผ่นละ 500 เยน) เขียนเสร็จก็อธิษฐาน แล้วนำไปแขวนไว้ตรงบริเวณที่เขาจัดไว้ให้

การเดินทาง – แผนที่ : นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line มาลงที่สถานี Harajuku ทางออก Omote-sando Exit แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

4. ฮาราจูกุ ถนนสายช้อปปิ้ง
(Harajuku Takeshita-dori)

ทาเคชิตะเป็นถนนคนเดินระยะทางเพียง 400 กว่าเมตร แต่ถือเป็นไฮไลท์เด็ดของย่านฮาราจูกุ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับชาวต่างชาติ รวบรวมแฟชั่นแปลกตาหลากสไตล์ของเหล่าวัยรุ่นสุดชิคให้ดูกันเพียบ

ระยะทางกว่า 400 เมตรจะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านอาหาร ร้านเครปญี่ปุ่นชื่อดังและคาเฟ่น่ารักๆ ระหว่างเดินดูของไปเรื่อยๆ คุณจะได้พบเห็นสาวๆ ญี่ปุ่นแต่งคอสเพลย์แบบจัดเต็ม แต่งตามตัวการ์ตูนหรือเป็นแนวพังค์มายืนรวมตัวกันอยู่มากมาย (แต่เห็นว่าเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยแต่งกันแล้วนะ)

การเดินทาง – แผนที่: นั่งรถไฟJR สาย Yamanote Line มาลงที่สถานี Harajuku ทางออก Takeshita แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที หรือเดินจากศาลเจ้าเมจิประมาณ 10 นาที

5. 5 แยกชิบูย่า (Shibuya Crossing)

เมื่อมาถึงชิบูย่าอย่างแรกอย่าลืมแวะทักทายฮาจิโกะสุนัขผู้ซื่อสัตย์อีกหนึ่งสัญลักษณ์ประจำย่านชิบุย่ากันก่อน หลังจากนั้นก็เดินมาที่ 5 แยกชิบูย่าซึ่งเป็นทางแยกขนาดใหญ่ จะเห็นทางม้าลาย จอขนาดยักษ์ตามตึกต่างๆ รถยนต์ที่สัญจรไปมาและผู้คนที่พลุกพล่าน เป็นแลนมาร์คสุดฮ็อตที่ได้ปรากฎตัวบนแผ่นฟิมล์ ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์และซีรี่ส์ทั้งของญี่ปุ่นและต่างประเทศมานักต่อนัก

ยกตัวอย่างเช่น Fast and the Furious : Tokyo Drift ชิบูย่าจริงๆ แล้วก็คือแหล่งรวมเสื้อผ้าแฟชั่นในกรุงโตเกียวดีๆ นี่เอง เนื่องจากมีห้างสรรพสินค้าจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เสื้อผ้าแฟชั่นในย่านนี้จะเป็นสไตล์วัยรุ่นหนุ่ม-สาว สำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แนวหลุดโลกแบบฮาราจูกุ

การเดินทาง – แผนที่ : นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line, Saikyo Line, หรือ Shonan Shinjuku Line มาลงที่สถานี Shibuya ทางออก Hachiko Exit แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

6. หอคอยโตเกียว (Tokyo Tower)

โตเกียวทาวเวอร์  (Tokyo Tower ) คือหอคอยสื่อสารขนาดใหญ่ มีความสูงถึง 332.6 เมตร ได้ต้นแบบมาจากหอไอเฟลที่ปารีสประเทศฝรั่งเศส ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงโตเกียวและเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของโตเกียวไปแล้ว

ด้านในมีทั้ง Aquarium (เสียค่าเข้า 1000 เยน) และพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง (เสียค่าเข้า 500 เยน) มีร้านขนม ร้านของฝากให้บริการ มีจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวอยู่ 2 จุด คือ Main Observatory ที่ความสูง 150 เมตร (เสียค่าเข้า 900 เยน) และ Special Observatory ที่ความสูง 250 เมตร (เสียค่าเข้า 1600 เยน) เป็นความสูงที่สามารถมองเห็นเมืองโตเกียวที่ไกลสุดลูกลูกตา มองเห็นทั้งเกาะโอไดบะ สะพานสายรุ้ง โตเกียวสกายทรี และในวันที่ฟ้าใสก็ยังสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย

การเดินทาง – แผนที่: นั่งรถไฟใต้ดิน สาย Oedo Line มาลงที่สถานี Akabanebashiทางออก Akabanebashi subway station แล้วเดินต่ออีกประมาณ 7 นาที

7. โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)

โตเกียวสกายทรี เป็นหอคอยกระจายสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุที่สูงเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้วยความสูง 634 เมตร ชั้นบนหอคอยโตเกียวสกายทรี มีจุดชมวิว 2 ระดับคือ Tempo Deck ที่มีความสูง 350 เมตร (เสียค่าเข้า 2,060 เยน) และ Tembo Galleria ที่ความสูง 445 เมตร (เสียค่าเข้า 3,090 เยน) เดินไปอีดนิดจะเป็น SORAKARA Point ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดบนชั้น 450 เมตร สามารถสัมผัสประสบการณ์เหมือนลอยกลางอากาศ ความกลมของโลก และแสงมหัศจรรย์ที่ลอดผ่านแก้ว เป็นจุดชมวิวเมืองโตเกียวที่สวยที่สุดอีกจุดหนึ่ง เนื่องจากสามารถชมวิวได้รอบทิศ 360 องศา

ในส่วนของบริเวณรอบๆ ในโตเกียวสกายทรี ยังมีแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ไว้ให้ซื้อของที่ระลึก รวมถึงของกินขนมต่างๆ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Sumida Aquriumให้ได้เที่ยวชมกันอีกด้วย

การเดินทาง – แผนที่: นั่งรถไฟใต้ดิน Toei สาย Asakusa มาลงที่สถานี Oshiage แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที หรือนั่งรถไฟสาย Tobu Skytree มาลงที่สถานี Tokyo Skytreeแล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

8. โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland)

โตเกียวดิสนีย์แลนด์ ( Tokyo Disneyland)สร้างขึ้นโดยบริษัทผลิตภาพยนตร์การ์ตูนวอลท์ดิสนีย์ ประกอบด้วยธีมหลัก 7 ธีม โดยตกแต่งตามฤดูกาล ทั้งหมดล้วนเป็นสวนสนุกแบบดั้งเดิมเฉกเช่นหลุดมาจากในฟิลม์และจินตนาการของดิสนีย์เลยทีเดียว นับเป็นสวนสนุกที่มีนักท่องเที่ยวต่อปีเกือบ 20 ล้านคน ซึ่งมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นและมากเป็นอันดับ 2 ของโลก

มีเครื่องเล่นมากมายให้เราเล่นอย่างสนุกสนาน ส่วนไฮไลท์ของดิสนีย์แลนด์ที่ไม่ควรพลาดนั่นก็คือ ขบวนพาเหรดของเหล่าตัวการ์ตูนและบรรดาเจ้าหญิงเจ้าชายจากโลกเทพนิยาย ซึ่งภายใน 1 วันจะมีการแสดงทั้งหมด 2 รอบด้วยกันนั่นเอง

การเดินทาง – แผนที่: นั่งรถไฟ JR สาย Keiyo line มาลงที่สถานี JR Maihamaแล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

9. โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo Disneysea)

โตเกียวดิสนีย์ซี เป็นโครงการที่เกิดขึ้นในส่วนต่อขยายของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นน้ำ ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเทพนิยายและตำนานแห่งท้องทะเล ที่ผสมผสานทั้งความโรแมนติกและความตื่นเต้นท้าทายให้นักผจญภัยทั้งหลายได้เข้ามาลองค้นหา ซึ่งจะเน้นไปที่ความตื่นเต้นผจญภัยที่มีไม่รู้จบ

ประกอบด้วยส่วนหลักๆทั้งหมด 7 ส่วนคล้ายกับดิสนีย์แลนด์ มีเครื่องเล่นให้เลือกเล่นมากมาย และเครื่องเล่นที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ได้แก่ Journey to the center of the Earth, Tower of Terror, Temple of the Crystal Skull, และ Raging Spirits อีกทั้งยังมีร้านอาหารที่เสิร์ฟทั้งของคาวของหวานที่จัดแต่งจานสไตล์ดิสนีย์ที่น่ารักน่ากินอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์:https://travel.mthai.com/blog/157327.html